<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Art Ed  Chula Blog &#187; Recommended</title>
	<atom:link href="http://www.artedchula.com/blog/category/recommended/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.artedchula.com/blog</link>
	<description>ศิลปะชาวเรา งามนักหนา รูปร่างหน้าตาก็ดี</description>
	<lastBuildDate>Thu, 03 Sep 2009 13:32:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2</generator>
		<item>
		<title>โปสเตอร์ (poster)</title>
		<link>http://www.artedchula.com/blog/2009/09/03/poster/</link>
		<comments>http://www.artedchula.com/blog/2009/09/03/poster/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 Sep 2009 13:18:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Recommended]]></category>
		<category><![CDATA[poster]]></category>
		<category><![CDATA[โปสเตอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.artedchula.com/blog/?p=261</guid>
		<description><![CDATA[โปสเตอร์ คือ ภาพขนาดใหญ่พิมพ์บนกระดาษ ออกแบบเพื่อใช้ติดหรือแขวนบนผนังหรือกำแพง โปสเตอร์อาจจะเป็นภาพพิมพ์และ/หรือภาพเขียน หรืออาจจะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="font-size: 85%; color: #cc0000; font-family: arial;"><span style="color: #000000;"><span style="font-size: small;"><span style="font-size: x-small;"><a title="โปสเตอร์ คลิกดูรูปใหญ่" href="http://kajarp.files.wordpress.com/2009/01/poster_kati.jpg?w=450&amp;h=643" target="_blank"><img src="/web/images/2009/200909_poster.png" border="0" alt="" /></a><br />
</span></span></span></span></p>
<p><span style="font-size: 85%; color: #cc0000; font-family: arial;"><span style="color: #000000;"><span style="font-size: small;"><span style="font-size: x-small;">โปสเตอร์ คือ ภาพขนาดใหญ่พิมพ์บนกระดาษ ออกแบบเพื่อใช้ติดหรือแขวนบนผนังหรือกำแพง โปสเตอร์อาจจะเป็นภาพพิมพ์และ/หรือภาพเขียน หรืออาจจะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ จุดประสงค์ก็เพื่อทำให้เตะตาผู้ดูและสื่อสารข้อมูล โปสเตอร์อาจจะใช้สอยได้หลายประการ แต่ส่วนใหญ่มักจะใช้ในการเผยแพร่เพื่อการประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะการโฆษณางานแสดงศิลปะ, งานดนตรี หรือภาพยนตร์, การโฆษณาชวนเชื่อ, หรือในการสื่อสารที่ต้องการสื่อสารความเชื่อต่อคนกลุ่มใหญ่<br />
</span></span></span></span></p>
<p><span style="font-size: 85%; color: #cc0000; font-family: arial;"><span style="color: #000000;"><span style="font-size: small;"><span style="font-size: x-small;"><br />
</span> </span></span></span></p>
<p><span style="font-size: 85%; color: #cc0000; font-family: arial;"><span style="color: #000000;"><span style="font-size: small;"><strong>ประโยชน์ของโปสเตอร์อาจมีหลายจุดประสงค์</strong></span><span style="font-size: x-small;"><br />
</span></span></span></p>
<p><span style="font-size: 85%; color: #cc0000; font-family: arial;"><span style="color: #000000;"><span style="font-size: x-small;"> โดยส่วนมากจะเป็นเครื่องมือในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เช่น งานดนตรี ภาพยนตร์ และในบางครั้งก็ผลิตมาเพื่อใช้ในการศึกษาหรือเป็นสื่อการสอน </span></span></span></p>
<p><span style="font-size: 85%; color: #cc0000; font-family: arial;"><span style="color: #000000;"><span style="font-size: x-small;"> นอก จากนั้นโปสเตอร์ยังใช้ในการพิมพ์ภาพจิตรกรรมของศิลปินคนสำคัญๆหรือภาพถ่าย เพื่อใช้ในการตกแต่ง ซึ่งกลายมาเป็นศิลปะการค้าที่ทำรายได้ดีให้ทั้งพิพิธภัณฑ์และบริษัทการค้า หรือร้านทางอินเทอร์เน็ต เช่นภาพเขียนของ โคลด โมเนท์ หรือ เลโอนาร์โด ดา วินชี หรืองานของช่างภาพอเมริกัน โรเบิร์ต เมเปิลธอร์พ (Robert Mapplethorpe) </span></span></span></p>
<p><span style="font-size: 85%; color: #cc0000; font-family: arial;"><span style="color: #000000;"><span style="font-size: x-small;"> งาน ศิลปะการสร้างโปสเตอร์เริ่มเมื่อราวคริสต์ศตวรรษ 1890 โดยจิตรกรชาวฝรั่งเศสและเผยแพร่ไปทั่วยุโรป ศิลปินคนสำคัญที่สุดที่ริเริ่มความนิยมในการสร้างโปสเตอร์ก็คือ อองรี เดอ ทูลูส-โลเทรค และ จูลส์ เชเรท์ (Jules Chéret) </span></span></span></p>
<p><span style="font-size: 85%; color: #cc0000; font-family: arial;"><span style="font-size: x-small;"><span style="color: #000000;"><strong><em> </em></strong><strong><em>จูลส์ เชเรท์</em></strong> ถือกันว่าเป็นบิดาแห่งการโฆษณาด้วยป้าย คนส่วนใหญ่ที่สะสมโปสเตอร์ และโปสเตอร์ที่มีชื่อเสียง นักสะสมโปสเตอร์จะเก็บโปสเตอร์เก่าโดยมักจะใส่กรอบรูปและมีแผ่นรองหลังอย่าง ดี ขนาดโปสเตอร์ที่นิยมกันโดยทั่วไปอยู่ที่ <strong><span style="color: #990000;">24&#215;35 นิ้ว</span></strong> แต่โปสเตอร์ก็มีหลายขนาดหลากหลาย และโปสเตอร์ขนาดเล็กที่มีไว้โฆษณาจะเรียกว่า </span><span style="color: #000099;"><strong>แฮนด์บิลล์ หรือ &#8220;ใบปลิว&#8221; (flyer)</strong></span></span></span></p>
<p><span style="font-size: 85%; color: #cc0000; font-family: arial;"><span style="font-size: x-small;"><span style="color: #000099;"><strong><br />
</strong></span> </span></span></p>
<p><span style="font-size: 78%; font-family: verdana;"><span style="font-size: 130%; color: #cc0000;"><strong><span style="font-size: medium;">องค์ประกอบของภาพโปสเตอร์โฆษณา</span></strong></span></span></p>
<p><span style="font-size: 78%;"><strong><span style="color: #000099; font-family: Verdana;"><span style="font-size: x-small;">1. รูปภาพ(Picture)<br />
2. พาดหัว (Headline)<br />
3. พาดหัวรอง (Sub headline)<br />
4. ข้อความบอกรายละเอียด (Body text)<br />
5. ข้อความพิสูจน์กล่าวอ้าง (Proof)<br />
6. ข้อความปิดท้าย (Closing)<br />
7. ผู้พิมพ์และโฆษณา (Publishers)</span></span></strong></span></p>
<p><strong><span style="font-size: 78%; color: #000099; font-family: Verdana;"><span style="font-size: x-small;">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.</span></span></strong></p>
<p><strong><span style="font-size: 78%; color: #000099; font-family: Verdana;"><span style="font-size: x-small;"><br />
</span></span></strong></p>
<p><span style="font-size: 85%; color: #000099; font-family: verdana;"><span style="font-size: small;"><strong><span style="color: #000000;">1. รูปภาพ (Picture)</span></strong><br />
</span><span style="font-size: x-small;">รูปภาพมีบทบาทและความสำคัญของการสื่อความหมายด้วยภาพมาก ซึ่งสามารถจำแนกข้อเด่นได้ดังนี้ </span></span><span style="font-size: 85%; color: #000099; font-family: verdana;"><br />
<span style="font-size: small;"><span style="font-size: x-small;">- สะดุดตา<br />
- น่าสนใจ<br />
- สื่อความหมาย<br />
- ประทับใจ</span></span></span></p>
<p><span style="font-size: small;"><strong><span style="color: #000000;">2.พาดหัว (Headline)</span><br />
</strong><span style="font-size: x-small;">ใน การเขียนข้อความโฆษณา จำเป็นจะต้องมีพาดหัวเสมอเพราะพาดหัวเป็นส่วนที่เด่นที่สุดในประเภทของข้อ ความโฆษณา มีไว้เพื่อให้สะดุดตาสะดุดใจชวนให้ติดตามอ่านเรื่องราวต่อไป ลักษณะของพาดหัวที่ดี ควรจะมีขนาดตัวอักษรโตหรือเด่น เป็นข้อความที่สั้น กะทัดรัด ชวนให้น่าคดหรือน่าติดตามอ่านต่อไป<br />
</span><br />
</span><span style="font-size: small;"><strong><span style="color: #000000;">3. พาดหัวรอง (Subheadline or Subcaption)</span><br />
</strong></span><span style="font-size: x-small;">คือ ข้อความที่มีขนาดและความสำคัญรองลงมาจากพาดหัว หรือในกรณีที่พาดหัวเป็นประโยคยาว ๆ ทำให้ไม่เด่นไม่สะดุดตา อาจจะตัดทอนตอนใดตอนหนึ่งลงมาให้เป็นพาดหัวรองก็ได้ โดยลดให้ตัวอักษรมีขนาดรองลงมาจากพาดหัว ถ้าเป็นพาดหัวประเภทอยากรู้อยากเห็นหรือแบบฉงน ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้อ่านสนเท่ห์หรือประหลาดใจ อาจจะต้องใช้พาดหัวรองทำหน้าที่ขยายความจากพาดหัวให้เข้าใจเพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="font-size: 85%; color: #000099; font-family: verdana;"> </span></p>
<p><span style="font-size: small;"><strong><span style="color: #000000;">4. ข้อความบอกรายละเอียด (ฺBody text)</span></strong><br />
</span><span style="font-size: x-small;">สำหรับ สินค้าใหม่ที่ประชาชนยังไม่รู้ยังไม่เข้าใจประโยชน์ว่าใช้ทำอะไร ใช้อย่างไร หรือรู้จักแล้วแต่การโฆษณาต้องการเน้นให้ถึงประโยชน์เพื่อการจูงใจซื้อ จึงควรชี้ให้เห็นว่าสินค้านี้ให้ประโยชน์คุ้มค่าอย่างไร แต่ถ้าเป็นสินค้าที่รู้จักกันดีโดยทั่วไป อาจจะไม่จำเป็นต้องเน้นประโยชน์ก็ได้ เพื่อให้พื้นที่โฆษณาดูโปร่งตา ไม่รกไปด้วยข้อความ ซึ่งจะดูดีกว่าโฆษณาที่แน่นไปทั้งภาพด้วยเรื่องราวต่างๆ เต็มพื้นที่<br />
ประโยชน์ อื่น ๆ หรือรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า ถ้าสินค้ามีคุณสมบัติพิเศษ หรือมีประโยชน์เหนือกว่าสินค้าธรรมดาโดยทั่วไป การเขียนข้อความโฆษณาจึงควรมีรายละเอียดส่วนนี้ไว้ด้วย เพื่อช่วยสร้างความสนใจเป็นพิเศษแก่ผู้อ่าน เช่น เครื่องดูดฝุ่น นอกจากใช้ดูดฝุ่นแล้วยังสามารถใช้เป่าลมได้อีกด้วย</span></p>
<p><strong><span style="color: #000000;"><span style="font-size: small;">5. ข้อความพิสูจน์ข้ออ้าง (Proof)</span><br />
</span></strong><span style="font-size: x-small;">ข้อความส่วนนี้มีไว้เพื่อสร้างความเชื่อถือ หรือช่วยให้เกิดความมั่นใจ ในสินค้า โดยมักจะอ้างอิงบุคคลที่สามารถอ้างอิงได้ตั้งแต่บุคคลธรรมดาทั่ว ๆ ไปที่ใช้สินค้าหรือบริการ แต่ถ้าเป็นดาราหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับและรู้จักกันดีในสังคม ก็จะได้รับความสนใจและได้รับความเชื่อถือเป็นพิเศษโดยเฉพาะคนเด่นคนดังใน สาขาอาชีพนั้นๆ เช่น นักกีฬาที่มีชื่อเสียงระดับชาติ หรือระดับโลก โฆษณาสินค้าที่เกี่ยวกับกีฬาประเภทนั้นๆ ผู้มีชื่อเสียงเกี่ยวกับอาหารการกิน แนะนำเรื่องอาหารหรือเกี่ยวกับอาหาร<br />
</span><br />
<strong><span style="color: #000000;"><span style="font-size: small;">6. ข้อความลงท้าย (Closing)</span></span></strong><br />
<span style="font-size: x-small;">เป็น</span><span style="font-size: 85%; color: #000099; font-family: verdana;"><span style="font-size: x-small;">ข้อความ</span></span><span style="font-size: x-small;">จบโฆษณา โดยสรุปให้ทราบว่า ผู้อ่านควรจะทำอย่างไร เช่นให้ตัดสินใจซื้อ ซื้อได้ที่ไหน ซื้อโดยวิธีใด ใคนเป็นผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่าย และคำขวัญ ก็เป็นที่นิยมในส่วนข้อความปิดท้าย เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-size: x-small;"><br />
</span></p>
<p><strong><span style="color: #000000;"><span style="font-size: small;">7. ผู้รับผิดชอบหรือผู้พิมพ์และโฆษณา (Publishers)</span></span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #000000;"><span style="font-size: small;"><br />
</span></span></strong></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: xx-small;"><span style="font-family: arial;"><span style="font-size: 85%;"><span style="font-size: xx-small;"><span style="font-size: 180%; color: #000099;">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</span></span></span></span></span></p>
<p><strong> </strong></p>
<p><span style="font-size: xx-small;">ปรับปรุงจาก&#8230;&#8230;..“โครงร่างข้อความโฆษณา” โดย อ.สุดเขต หนูรอด<br />
</span><a href="http://../../spaces/link.php?url=http://www.thaigoodview.com%2Flibrary%2Fcontest2551%2Ftech04%2F59%2Fadvertising%2Fcredit.html"><span style="font-size: 78%; font-family: verdana;"><strong><span style="color: #940f04; font-size: xx-small;">http://www.thaigoodview.com/library/contest2551/tech04/59/advertising/credit.html</span></strong></span></a></p>
<p><span style="font-family: arial;"><span style="font-size: 85%;"><span style="font-size: xx-small;"><span style="font-size: 180%; color: #000099;">&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</span><br />
</span></span></span><span style="font-size: 100%; color: #000000;"><span style="font-family: arial;"><span style="font-size: small;"><span style="font-size: 85%;"><strong> </strong></span></span></span></span></p>
<p><span style="font-size: 100%; color: #000000;"><span style="font-family: arial;"><span style="font-size: small;"><span style="font-size: 85%;"><strong>ข้อมูลในการผลิตงานพิมพ์โปสเตอร์</strong><br />
เก็บมาจาก : <span style="color: #000066;">http://www.supremeprint.net/index.php?lay=show&amp;ac=article&amp;Id=538763136</span><br />
</span><br />
</span><strong>• รูปแบบและรายละเอียดของงานพิมพ์โปสเตอร์</strong><br />
<span style="font-size: small;"><span style="font-size: 85%;">งานพิมพ์โปสเตอร์จะมีรูปร่างเป็นกระดาษแผ่นเดียว กระดาษที่ใช้ไม่หนามาก การพิมพ์บนโปสเตอร์จะมีที่พิมพ์เพียงด้านเดียว</span></span></span></span></p>
<p><strong><span style="font-family: arial;">• ขนาดของงานพิมพ์โปสเตอร์ขนาด<br />
</span></strong><span style="font-family: arial;"><span style="font-size: small;"><span style="font-size: 85%;"><strong>15”x 21”, 10.25”x 15” , 17”x 23.5”(A2), 11.75”x 17”(A3), 8.25”x 11.75”(A4)<br />
</strong>สำหรับขนาดอื่นที่มิได้กล่าวไว้ อาจทำให้มีการเสียเศษแผ่นพิมพ์</span></span></span></p>
<p><strong>• กระดาษที่ใช้สำหรับงานพิมพ์โปสเตอร์</strong><br />
<span style="font-size: small;"><span style="font-size: 85%;">กระดาษปอนด์ 100 แกรมขึ้นไปกระดาษอาร์ตมัน/ด้าน 120 แกรมขึ้นไป<br />
</span><br />
</span><strong>• การพิมพ์และตกแต่งผิวบนของงานพิมพ์โปสเตอร์</strong><br />
<span style="font-size: 85%;"><span style="font-size: x-small;">มี การพิมพ์โปสเตอร์แบบ 1 สี 2 สี 3 สี 4 สี หรือมากกว่า จะใช้แม่สี 4 สี (CMYK) หรือสีพิเศษก็ได้ มักพิมพ์ด้วยระบบออฟเซ็ท ระบบอิ้งค์เจ็ทหรือระบบดิจิตอลพิมพ์หน้าเดียวสามารถพิมพ์โปสเตอร์เคลือบ UV เคลือบพลาสติกเงา หรือเคลือบพลาสติกด้าน เคลือบ Spot UV ปั๊มนูน (Embossing) ปั๊มทองหรือฟิล์ม/ฟอยล์สีต่าง ๆ (Hot Stamping)</span></span></p>
<p>Poster Link&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</p>
<p><a href="http://../../spaces/link.php?url=http://www.internationalposter.com%2F" target="_blank"><strong><span style="color: #940f04; font-size: xx-small;">http://www.internationalposter.com/</span></strong></a><span style="font-size: xx-small;"> &#8230;.รวมงาน poster<br />
</span><a href="http://../../spaces/link.php?url=http://www.posterpage.ch%2Fexhib%2Fex142djp%2Fex142djp.htm"><strong><span style="color: #940f04; font-size: xx-small;">http://www.posterpage.ch/exhib/ex142djp/ex142djp.htm</span></strong></a><span style="font-size: xx-small;"> &#8230;. student poster<br />
</span><a href="http://../../spaces/link.php?url=http://www.allposters.com%2F"><strong><span style="color: #940f04; font-size: xx-small;">http://www.allposters.com/</span></strong></a><span style="font-size: xx-small;"> &#8230;.รวมโปสเตอร์ หลายชนิด หลากรูปแบบ มากกว่า 500,000 ชิ้น</span></p>
<p><a href="http://../../spaces/link.php?url=http://www.impawards.com%2F"><strong><span style="color: #940f04; font-size: xx-small;">http://www.impawards.com/</span></strong></a><span style="font-size: xx-small;"> …โปสเตอร์หนังต่างประเทศ ตั้งแต่ปี 2000 &#8211; 2009<br />
</span><a href="http://../../spaces/link.php?url=http://ffffound.com%2F"><strong><span style="color: #940f04; font-size: xx-small;">http://ffffound.com/</span></strong></a><span style="font-size: xx-small;"> &#8230;.รวมงานสร้างสรรค์ด้านภาพประกอบ เพื่อใช้ในงานโฆษณา<br />
</span><a href="http://../../spaces/link.php?url=http://ryan.library.cmu.edu%2Ffmi%2Fxsl%2Fswiss7%2Ftour.xsl%3F-view"><strong><span style="color: #940f04; font-size: xx-small;">http://ryan.library.cmu.edu/fmi/xsl/swiss7/tour.xsl?-view</span></strong></a><span style="font-size: xx-small;"> &#8230;.รูปแบบของ Swiss Poster<br />
</span><a href="http://../../spaces/link.php?url=http://www.flickr.com%2Fphotos%2F20745656%40N00%2Fsets%2F72157617966230965%2F"><span style="color: #940f04;"><span style="font-size: xx-small;"><strong>http://www.flickr.com/ph</strong><span style="color: #000000;">o</span><strong>tos/20745656@N00/sets/72157617966230965/</strong></span></span></a><span style="font-size: xx-small;"> &#8230;..ตัวอย่างงาน The International Typographic Style<br />
</span><a href="http://../../spaces/link.php?url=http://www.flickr.com%2Fphotos%2F20745656%40N00%2Fsets%2F72157618052021378%2F"><strong><span style="color: #940f04; font-size: xx-small;">http://www.flickr.com/photos/20745656@N00/sets/72157618052021378/</span></strong></a><span style="font-size: xx-small;"> &#8230;.ตัวอย่างงานระบบตาราง</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.artedchula.com/blog/2009/09/03/poster/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปกนิตยสาร : (กรณีศึกษา นิตยสาร COSMOPOLITAN)</title>
		<link>http://www.artedchula.com/blog/2009/08/27/magazine-cover/</link>
		<comments>http://www.artedchula.com/blog/2009/08/27/magazine-cover/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 27 Aug 2009 07:54:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Recommended]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.artedchula.com/blog/?p=245</guid>
		<description><![CDATA[ปกนิตยสาร : (กรณีศึกษา นิตยสาร COSMOPOLITAN)]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img src="/web/images/2009/20090806_cosmo4.jpg" border="0" alt="Cosmopolitan Magazine cover" /></p>
<p align="left"><span style="color: #000099;"><strong>1. Masthead :<br />
</strong></span>หัว หนังสือนิตยสารต้องโดดเด่นสะดุดตา สร้างความจดจำให้กับกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอันดับแรกที่มองเห็น ใช้มีการใช้ฟอนต์ที่สร้างสรรค์เป็นพิเศษ เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับนิตยสาร และเมื่อหัวหนังสือไปปรากฏอยู่ภายในเล่ม  ก็จะทำหน้าที่เป็นโลโก้ไปในตัวด้วย</p>
<p><strong><span style="color: #000099;">2. Selling line :</span></strong><br />
สโลแกน แนวคิด หรือปรัชญาของหนังสือ เป็นคำสั้นๆ กระชับ เพื่อประกอบหัวหนังสือ  ช่วยขยายความคิด หรือเน้นให้หัวหนังสือแสดงจุดขายได้ชัดเจนขึ้น</p>
<p align="left"><strong><span style="color: #000099;">3. Date line :</span></strong><br />
วัน-เดือน-ปี / ปีที่/ เล่มที่ &#8230;..แสดงกำหนดวันออกของนิตยสาร ปกติแล้วนิตยสารโดยทั่วไปมักจะวางแผงหนังสือก่อนกำหนดประมาณ 1 อาทิตย์</p>
<p><strong><span style="color: #000099;">4. Main image :</span></strong><br />
เป็นภาพที่โดดเด่นที่สุด เรียกร้องความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด และต้องเป็นภาพที่สอดคล้องกับเนื้อหาภายในเล่ม</p>
<p><strong><span style="color: #000099;">5. Cover lines :</span></strong><br />
เนื้อหา ที่น่าสนใจภายในฉบับ มีขนาดใหญ่พอสมควร อาจกินพื้นที่หน้าปกถึง ¼  มีการจัดวางไว้รอบๆ Main image แต่ไม่เด่นกว่า  Cover lines ที่ยาวเกินขนาดและและมีสีสันหลากหลายเกินไป อีกทั้งยังพาดผ่านทับไปบน Main image อาจทำให้ตัวอักษรอ่านยาก  ซึ่งมักเป็นข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับนักออกแบบมือใหม่ได้บ่อยๆ</p>
<p><strong><span style="color: #000099;">6. Main cover line :</span></strong><br />
เรื่อง เด่นประจำฉบับ มักใช้ตัวอักษรที่มีขนาดใหญ่มาก อาจกินพื้นที่หน้าปกถึง ¼  มีสีเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ เพราะเป็นเรื่องเด่นตามแนวปรัชญาของนิตยสาร อีกทั้งยังสอดคล้องกับภาพ Main image</p>
<p><strong><span style="color: #000099;">7. Left third :</span></strong><br />
1/3 ของพื้นที่ด้านซ้ายมือของนิตยสาร คือพื้นที่ที่สำคัญที่สุดสำหรับการขายนิตยสาร ในจังหวะที่นิตยสารต้องถูกวางซ้อนทับกับบนแผงหนังสือ ก็จะโผล่ออกมาให้เห็นได้เฉพาะขอบด้ายซ้ายเพียงส่วนเดียว นักอกแบบจะต้องให้ความสำคัญกับพื้นที่ด้านซ้ายมือนี้เป็นพิเศษ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายจดจำได้ถึงลักษณะเฉพาะของนิตยสาร เช่น จุดเริ่มต้นของหัวหนังสือ, สโลแกน หรือรูปแบบการจัด Cover lines</p>
<p><strong><span style="color: #000099;">8. Bar code :</span></strong><br />
สัญลักษณ์มาตรฐานสำหรับการจัดจำหน่าย</p>
<p align="left">
<p align="left"><a href="/spaces/space.php?uid=131&amp;do=blog&amp;id=31"><img src="/arted/uc_server/avatar.php?uid=131&amp;size=small&amp;type=virtual" border="0" alt="" width="48" height="48" /></a><br />
บทความโดย <strong>noontoon (2) มนูญ ไชยสมบูรณ์</strong><br />
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร<br />
6 August 2009</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.artedchula.com/blog/2009/08/27/magazine-cover/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>International Typographic Style</title>
		<link>http://www.artedchula.com/blog/2009/08/27/international-typographic-style/</link>
		<comments>http://www.artedchula.com/blog/2009/08/27/international-typographic-style/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 27 Aug 2009 07:50:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Recommended]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.artedchula.com/blog/?p=241</guid>
		<description><![CDATA[ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 นักออกแบบจากสถาบันเบาว์เฮ้าส์หลายคนลี้ภัยจากประเทศเยอรมันนีไปยังประเทศ สวิสเซอร์แลนด์ ได้นำหลักการออกแบบตัวอักษร และงานพิมพ์แพร่เข้าไปในโลกแห่งวัฒนธรรมใหม่ จนกลายเป็นสวิสสไตล์ (Swiss Style)]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img src="/web/images/2009/20090728_its.gif" border="0" alt="" /></p>
<p>ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 นักออกแบบจากสถาบันเบาว์เฮ้าส์หลายคนลี้ภัยจากประเทศเยอรมันนีไปยังประเทศ สวิสเซอร์แลนด์ ได้นำหลักการออกแบบตัวอักษร และงานพิมพ์แพร่เข้าไปในโลกแห่งวัฒนธรรมใหม่ จนกลายเป็นสวิสสไตล์ (Swiss Style) มีการออกแบบสร้างสรรค์ และจัดตัวพิมพ์ที่มีรูปแบบสากล (The International Typographic Style)<br />
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ธุรกิจระหว่างประเทศแผ่ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง ทำให้เกิดการค้าขายระหว่างประเทศมากขึ้นเป็นเงาตามตัว มีการใช้งานออกแบบและสื่อสิ่งพิมพ์มาสนับสนุนและส่งเสริมการค้าขายมากขึ้น</p>
<p>เพื่อ ไม่ให้เกิดความหลากหลายผิดรูปแบบมากเกินไป นักออกแบบชาวสวิสจึงสร้างระบบตาราง(Grid System) ขึ้นมาใช้เป็นตัวกำกับการออกแบบสิ่งพิมพ์ ใช้หลักการทางคณิตศาสตร์และเรขาคณิต แบ่งพื้นที่หน้ากระดาษออกเป็นส่วนๆ โดยมีระบบตารางเป็นตัวกำกับ</p>
<ul>
<li>ระบบตารางที่มีรูปแบบสากลนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแบ่งหน้ากระดาษให้เป็น สัดส่วน มีพื้นที่ในการวางภาพประกอบและตัวพิมพ์มากขึ้น มีการจัดตัวพิมพ์แบบชิดซ้าย/ปล่อยขวา ใช้ตัวพิมพืแบบไม่มี Serif ทำให้ได้แบบของสิ่งพิมพ์ที่ดูแล้วมีความผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัวอีกทั้งยัง ทำให้อ่านได้ง่ายขึ้นตัวอย่างงาน International Typographic Style</li>
</ul>
<p><a href="http://rada1527.blogspot.com/2008/11/international-typographic-style.html" target="_blank"><strong><span style="color: #669922; font-size: xx-small;">http://rada1527.blogspot.com/2008/11/international-typographic-style.html</span></strong></a><br />
<a href="http://www.flickr.com/photos/20745656@N00/show/with/239929265/" target="_blank"><strong><span style="color: #669922;"><span style="font-size: xx-small;">http://www.flickr.com/photos/20745656@N00/show/with/239929265</span>/</span></strong></a> <strong></strong></p>
<p><a href="../../spaces/link.php?url=http://www.flickr.com%2Fphotos%2F65157541%40N00%2Fsets%2F72157621429178991%2Fshow%2Fwith%2F3726041811%2F" target="_blank"><strong><span style="color: #669922; font-size: xx-small;">http://www.flickr.com/photos/65157541@N00/sets/72157621429178991/show/with/3726041811/</span></strong></a><br />
<a href="../../spaces/link.php?url=http://www.flickr.com%2Fphotos%2F65157541%40N00%2Fsets%2F72157621429453547%2Fshow%2Fwith%2F3726047169%2F" target="_blank"><strong><span style="color: #669922; font-size: xx-small;">http://www.flickr.com/photos/65157541@N00/sets/72157621429453547/show/with/3726047169/</span></strong></a><br />
<a href="../../spaces/link.php?url=http://www.flickr.com%2Fphotos%2F65157541%40N00%2Fsets%2F72157621429527793%2Fshow%2Fwith%2F3726043197%2F" target="_blank"><strong><span style="color: #669922; font-size: xx-small;">http://www.flickr.com/photos/65157541@N00/sets/72157621429527793/show/with/3726043197/</span></strong></a><br />
<a href="../../spaces/link.php?url=http://www.flickr.com%2Fphotos%2F65157541%40N00%2Fsets%2F72157621429551669%2Fshow%2Fwith%2F3726042649%2F" target="_blank"><strong><span style="color: #669922; font-size: xx-small;">http://www.flickr.com/photos/65157541@N00/sets/72157621429551669/show/with/3726042649/</span></strong></a><br />
<a href="../../spaces/link.php?url=http://www.flickr.com%2Fphotos%2F65157541%40N00%2Fsets%2F72157621554395946%2Fshow%2Fwith%2F3726848198%2F" target="_blank"><strong><span style="color: #669922; font-size: xx-small;">http://www.flickr.com/photos/65157541@N00/sets/72157621554395946/show/with/3726848198/</span></strong></a><br />
<a href="../../spaces/link.php?url=http://www.flickr.com%2Fphotos%2F65157541%40N00%2Fsets%2F72157621554395946%2Fshow%2Fwith%2F3726848198%2F" target="_blank"><strong><span style="color: #669922; font-size: xx-small;">http://www.flickr.com/photos/65157541@N00/sets/72157621554395946/show/with/3726848198</span></strong></a></p>
<p><a href="/spaces/space.php?uid=131&amp;do=blog&amp;id=24"><img src="/arted/uc_server/avatar.php?uid=131&amp;size=small&amp;type=virtual" border="0" alt="" width="48" height="48" /></a><br />
บทความโดย <strong>noontoon (2) มนูญ ไชยสมบูรณ์</strong><br />
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร<br />
28 July 2009</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.artedchula.com/blog/2009/08/27/international-typographic-style/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Environmental Art ศิลปะในสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ</title>
		<link>http://www.artedchula.com/blog/2009/08/05/environmental-art/</link>
		<comments>http://www.artedchula.com/blog/2009/08/05/environmental-art/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 05 Aug 2009 13:58:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Recommended]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental Art]]></category>
		<category><![CDATA[Grizedale Forest]]></category>
		<category><![CDATA[Sculpture]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.artedchula.com/blog/?p=177</guid>
		<description><![CDATA[ตัวอย่างผลงานประติมากรรมจากวัสดุธรรมชาติ จัดวางกระจายไปทั่วพื้นที่ของอุทยานป่า Grizedale ที่มีพื้นที่กว่าเก้าพันเอเคอร์ ใน Lake District National Park ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการเป็นเขตป่า และทะเลสาบที่สวยงามของอังกฤษ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img src="/web/images/profile/24apichart_environmental_art.jpg" border="0" alt="" /><strong><br />
ผลงานของ Andy Goldsworthy: Castres and London Plane Leaves, 1988 และ<br />
ผลงานของ Richard Harris: Cliff Structure, 1978</strong></p>
<p>ตัวอย่างผลงานประติมากรรมจากวัสดุธรรมชาติ จัดวางกระจายไปทั่วพื้นที่ของอุทยานป่า <strong>Grizedale </strong>ที่มีพื้นที่กว่าเก้าพันเอเคอร์ ใน Lake District National Park ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการเป็นเขตป่า และทะเลสาบที่สวยงามของอังกฤษ เป็นที่ดึงดูดกวี และศิลปินที่มีชื่อเสียงเข้าไปแสวงหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานของตนเอง ปัจจุบันพื้นที่ป่าแห่งนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่นักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา สามารถเข้าไปสัมผัสความงามทางธรรมชาติ ควบคู่กับความงามของงานประติมากรรมที่มีความสอดคล้องกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมของป่าเป็นอย่างดี ภายใต้โครงการ<strong> “Grizedale Forest Sculpture Project”</strong> ซึ่งอยู่ในความดูแลของ <a href="http://www.grizedale.org" target="_blank"><strong>Grizedale Arts</strong></a></p>
<p><strong>Bill Grant</strong> ผู้ก่อตั้งโครงการประติมากรรมในอุทยาน Grizedale กล่าวถึงการทำงานของศิลปินในโครงการนี้ว่า ความสำคัญของโครงการนี้อยู่ที่การตอบสนองของศิลปินต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และการได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในพื้นที่ ศิลปินที่มาทำงานในโครงการนี้จะมีอิสรภาพ และเวลาในการสร้างสรรค์งานอย่างเต็มที่ โดย Grizedale Arts จะให้ความสำคัญต่อความเป็นปัจเจกบุคคลของศิลปิน ที่จะตอบสนองต่อการมีประสบการณ์ตรงในสิ่งแวดล้อมของป่า และผู้คนในพื้นที่ (Davies,ใน Grant and Harris (eds.), 1991: 19) ศิลปินหลายคนที่ได้เข้ามาทำงานในโครงการนี้ ได้พัฒนาผลงานจนเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลก</p>
<p><strong>Richard Harris</strong> เล่าถึงประสบการณ์ในการสร้าง Cliff Structure ว่า ผลงานสร้างสรรค์ของเขาเกิดจาก การตอบสนองต่อความรู้สึกที่มีต่อสิ่งแวดล้อมของป่า Grizedale เขาจะเก็บเศษไม้ และหิน มาสร้างเป็นประติมากรรมโดยใช้เทคนิควิธีการแบบเดียวกับที่ชาวบ้านใช้ในการก่อสร้าง และทำเครื่องมือต่างๆ ผลงานที่ได้จึงมีความกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่ งานศิลปะลักษณะนี้จะเปลี่ยนสภาพไปตามธรรมชาติเมื่อได้รับผลกระทบจากสภาพดินฟ้าอากาศ จนถึงขั้นที่ย่อยสลายลงสู่ความเป็นธรรมชาติตามเดิม ผลงานชิ้นนี้นอกจากจะสร้างความน่าสนใจ หรือความฉงนสนเท่ห์ต่อผู้พบเห็นแล้ว ยังได้ชื่อว่าเป็นศิลปะที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยแท้จริง ตัวอย่างของความประทับใจ และการจุดจินตนาการให้แก่ผู้ได้ชมผลงานจะเห็นได้จาก การสร้างผลงานชิ้นเล็กๆ ของผู้เข้ามาชมป่าที่ผลิตจากเศษวัสดุในป่าเช่นกัน ในบริเวณที่ใกล้กับงานศิลปะของศิลปิน</p>
<p style="text-align: center;"><img src="/web/images/profile/24apichart_environmental_art2.jpg" border="0" alt="" /><strong><br />
ตัวอย่างผลงานชิ้นเล็กๆ ของผู้เข้ามาชมป่า ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของศิลปิน</strong></p>
<p>โครงการศิลปะในสิ่งแวดล้อมลักษณะนี้ น่าจะเกิดผลดีต่อหลายฝ่าย ทั้งศิลปิน ผู้คนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยว ที่มาเยี่ยมชมอุทยานแห่งนี้จำนวนปีละกว่า150,000 คน ในการซาบซึ้งถึงความงามทางศิลปะ และคุณค่าของสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป (Overy, in Davies and Knipe (eds.) 1984:64)</p>
<p>จากข้อมูล และตัวอย่างผลงานศิลปะข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ในประเทศตะวันตกมีการพัฒนาศิลปะที่มีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ทั้งศิลปิน และผู้ชม ล้วนมีส่วนในการเปลี่ยนแปลงกลวิธีในการแสดงออก ให้เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสม ด้วยการส่งเสริมจินตนาการ และสุนทรียภาพของผู้ชม ไม่เบียดเบียนธรรมชาติ พัฒนาการสร้างงานศิลปะโดยคำนึงถึง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จนได้รับความนิยมจากศิลปินร่วมสมัยในหลายประเทศทั่วโลก</p>
<p>ตัดต่อจาก<br />
เอกสารเรื่อง <strong>สุนทรียศาสตร์และศิลปะในสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ</strong> โดย <a href="/web/all-arted/40-profile/82-apichart24" target="_blank"><strong>ดร. อภิชาติ พลประเสริฐ</strong></a></p>
<p>ดาวน์โหลดเวอร์ชั่นเต็ม <strong>MS Word (5.23 MB)</strong> ได้ที่<br />
http://www.megaupload.com/?d=UMYWEOO6 หรือ<br />
http://rapidshare.com/files/264049126/Environmental_Art._EDU_Article_Submission.doc.html หรือ</p>
<p>http://sharebee.com/17cd03db</p>
<p>ข้อมูลเพิ่มเติม<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Environmental_art" target="_blank"> <strong>wikipedia: Environmental art</strong></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.artedchula.com/blog/2009/08/05/environmental-art/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ครุศิลป์ ครุอาร์ต ครุศาสตร์ ศิลปศึกษา จุฬาฯ ตอบกระทู้แนะแนวให้แก่ผู้ที่สนใจจะเรียนที่นี่</title>
		<link>http://www.artedchula.com/blog/2009/06/23/arted-nui10/</link>
		<comments>http://www.artedchula.com/blog/2009/06/23/arted-nui10/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2009 17:00:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Recommended]]></category>
		<category><![CDATA[art ed]]></category>
		<category><![CDATA[Chulalongkorn]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[ครุศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ครุศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[ครุอาร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปศึกษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.artedchula.com/blog/?p=49</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดี น้อง ๆ ที่รัก

มีน้องๆ จำนวนมากสนใจว่า ครุศิลป์ หรือครุอาร์ต นั้นเป็นอย่างไร พี่ขอเล่าให้ฟัง

ชื่อที่เรียกกันนั้นเป็น Nick name ของสาขาวิชาศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-67" title="พี่หนุ่ยครุอาร์ตสิบ (อ.ปุณณรัตน์ พิชญไพบูลย์)" src="http://www.artedchula.com/blog/wp-content/uploads/2009/06/pun02.png" alt="พี่หนุ่ยครุอาร์ตสิบ (อ.ปุณณรัตน์ พิชญไพบูลย์)" width="630" height="345" /></p>
<p><strong>สวัสดี น้อง ๆ ที่รัก </strong></p>
<p>มีน้องๆ จำนวนมากสนใจว่า <strong>ครุศิลป์ หรือครุอาร์ต นั้นเป็นอย่างไร</strong> พี่ขอเล่าให้ฟัง</p>
<p>ชื่อที่เรียกกันนั้นเป็น Nick name ของ<strong>สาขาวิชาศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> ซึ่ง เปิดสอนหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต (ค.บ.) สาขาวิชาศิลปศึกษา ที่เมื่อจบไปแล้วสามารถปฎิบัติหน้าที่ครู/อาจารย์ทั้งระดับปฐมวัยประถมศึกษา ไปจนถึงระดับมัธยมศึกษา หลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิตได้ถูกปรับเป็นหลักสูตร 5 ปี ซึ่งเป็นไปตาม พระราช บัญญัติการปฎิรูปการศึกษา ผู้ที่จบหลักสูตรนี้จะได้รับใบอนุญาติประกอบวิชาชีพครู ซึ่งหมายความว่าวิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง ต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ผู้ประกอบวิชาชีพอื่นจะต้องผ่านการศึกษาวิชาครูก่อน เช่น หากเรียนจบจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ ได้รับวุฒิศิลปกรรมศาสตร์บัณฑิต และต้องการเป็นครูอาจารย์สอนศิลปะในโรงเรียน จะต้องมาเรียนหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิตก่อน 2 ปี จึงจะได้รับใบอนุญาติประกอบวิชาชีพครู แล้วจึงจะทำการสอนหนังสือได้</p>
<p>การเรียนทุกที่ หากเรามีความสนใจ มีความถนัด เป็นพื้นฐานแล้ว เราจะสนุกและมีความสุขกับสิ่งนั้น ทั้งนี้น้องต้องมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนเสียก่อนว่า อาชีพที่ตนไฝ่ฝันนั้นคืออะไร หากเป็นการสร้างคน ให้ปัญญา และมีความสุขเมื่อเห็นผู้เรียนพัฒนาขึ้น การเป็นครูนับว่าเป็นสิ่งที่รอคอย และท้าทายเราอยู่    การเรียนที่สาขาวิชาศิลปศึกษา มีทั้งภาคทฤษฎี ปฏิบัติ การออกไปศึกษานอกสถานที่  และการฝึกสอน ซึ่งหลักสูตรจะแบ่งออกเป็น 3 หมวดใหญ่ ๆ คือ</p>
<p><strong>1. วิชาการศึกษาทั่วไป</strong> เป็นหมวดวิชาที่ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้กว้างขวาง มีวิสัยทัศน์ เป็นผู้บูรณาการศาสตร์ และนำความรู้จากหลาย ๆ ศาสตร์มาเชื่อมโยงกัน   หมวดวิชานี้ยังเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับหลาย ๆ คนที่ไปเรียนต่อในระดับสูง รวมทั้งที่สาขาวิชาศิลปศึกษาก็ยังเปิดหลักสูตรถึงปริญญาโท หรือครุศาสตร์มหาบัณฑิตด้วย   มีรุ่นพี่ของพวกเราไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโท และเอก ในขณะที่หลักสูตรวิชาชีพอื่น ๆ จะเน้นไปยังวิชาชีพของตนเอง</p>
<p><strong>2. หมวดวิชาครู</strong> เป็นหมวดวิชาชีพครุศาสตร์ ซึ่งเป็นศาสตร์แห่งการถ่ายทอด จิตวิทยาของมนุษย์ จิตวิทยาการสอน การจูงใจ วิธีวิทยาการสอนแบบต่าง ๆ รวมทั้งการไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพ หรือฝึกสอน หมวดวิชานี้มีจุดเด่นที่ทำให้บัณฑิตเป็นผู้ที่สามารถสื่อสารกับบุคคลในระดับต่าง ๆ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ด้วยการเข้าใจตนเองและการเข้าใจจิตใจผู้คนรอบข้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้เปรียบเมื่อไปทำงานร่วมกับผู้อื่น</p>
<p><strong>3. หมวดวิชาเฉพาะ</strong> คือวิชาสาขาศิลปะ ซึ่งถือเป็นเนื้อหาหลักของหลักสูตรฯ  ผู้ที่จะเรียนหลักสูตรนี้ได้จะต้องผ่านการทดสอบความถนัดทางศิลปะ   ความถนัดทางศิลปะ มิใช่ ทักษะทางศิลปะ น้อง ๆ รู้ไหมว่าทั้งสองสิ่งมีความแตกต่างกัน  ความถนัด เป็นพรสวรรค์ที่มีอยู่ในตัวบุคคลผู้นั้น เพียงแต่รอให้เราค้นพบตัวเองหรือ ใช้มันออกมา  แต่ทักษะเป็นเรื่องของการฝึกฝน ทักษะทางศิลปะ ได้แก่การวาดภาพ ระบายสี  การลอกการเขียนลวดลาย  ซึ่งหนักไปทางช่างศิลป์   ความถนัดทางศิลปะจะปรากฏออกมาในลักษณะความคิดสร้างสรรค์  การมีความไวและสามารถตัดสินความงาม รวมทั้งความสามารถเห็นภาพวัตถุได้ในมุมมองแบบต่าง ๆ กันเป็นภาพสามมิติ เราเรียกว่ามิติสัมพันธ์  เป็นต้น   ที่ว่าผลงานศิลปะเป็นสัมผัสของแต่ละบุคคลนั้นก็เพราะว่า เราต่างมีบุคลิก อารมณ์ และความถนัดที่แตกต่างกันไป การมีความถนัดทางศิลปะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่จะเป็นครูศิลปะ  วิชาที่เรียนในหมวดนี้มีมากมาย แต่แบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มทัศนศิลป์ ได้แก่ ประติมากรรม จิตรกรรม ภาพพิมพ์ กลุ่มประยุกต์ศิลป์ ได้แก่ การออกแบบกราฟิก การออกแบบนิเทศศิลป์ การออกแบบตัวอักษร เครื่องเคลือบดินเผา  การออกแบบเครื่องเรือน  การออกแบบตกแต่งภายใน งานพลาสติก  คอมพิวเตอร์กราฟิก เป็นต้น   และเมื่อเรียนถึงชั้นปีที่ 4 น้องจะรู้สึกว่ามีความรู้มากจนอยากจะหาใครซักคนหรือหลาย ๆ คนมานั่งฟังเราพูด เราสอน  ถึงเวลานั้นอาจารย์ก็จะจัดหากโรงเรียนให้เราฝึกสอนกัน</p>
<p>น้องจะเห็นว่าการเป็นครูศิลปะนั้น มิใช่ว่าใครจะมาเป็นก็ได้ แต่จะต้องเตรียมตัวกันมาก และทำงานกันอย่างหนัก  <strong>ครูสังคม ทองมี</strong> และ <strong>ศาสตราจารย์ ดร. ชาญณรงค์  พรรุ่งโรจน์</strong> คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ท่านก็เป็นตัวอย่างรุ่นพี่ที่จบการศึกษาจากที่นี้ไปเป็นครูศิลปะที่มีชื่อเสียง และนักการศึกษาระดับสูงให้เราเห็น แต่ก็มีอีกหลายคนที่ประกอบอาชีพส่วนตัวเป็นนักออกแบบ หรือศิลปินอิสระ ที่ประสพความสำเร็จ  แม้ในวงการบันเทิง อย่างพี่<strong>ป๊อด (ธนชัย อุชชิน)</strong> แห่งวงโมเดิร์นด๊อก (Modern Dog) ราชาเพลงป๊อป และพี่<strong>ต้า(อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา)</strong> แห่งวงดนตรี Paradox  ก็เป็นผลผลิตมาจากสาขาวิชาฯ  หรือ พี่<strong>วุธ </strong>หรือ <strong>อัษฎาวุธ  เหลืองสุนทร</strong> ที่ประสพความสำเร็จในวงการละคร</p>
<p>ยังมีพี่ ๆ อีกหลายคนที่ประสพความสำเร็จในวงการต่าง ๆ แต่ไม่สามารถนำมากล่าวได้หมด  พี่ ๆ  เหล่านี้ได้นำ ความรู้ และ จินตนาการที่ได้จากครุศิลป์  ไปใช้ปรับเสริมเติมแต่งกับสิ่งที่ตนรักจะทำ รวมทั้งเป็นพื้นฐานการเรียนต่อในระดับสูง   ส่วนหนึ่งก็เพราะพี่ ๆ เหล่านี้มีวิชาศิลปะติดตัวออกไป ซึ่งกลายเป็นทางเลือกสำหรับออกไปประกอบอาชีพได้หลากหลาย  แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่งที่ประสบความสำเร็จแล้วก็มักจะไม่ลืมกลับมาถ่ายทอดความรู้ให้กับน้อง ๆ ที่ครุศิลป์ เพราะวิญญาณความเป็นครูและความผูกพันกับสถาบันการศึกษายังคงฝังอยู่ในจิตใจ</p>
<p>พี่ขอฝาก ช่วงเวลานี้เป็น โอกาสสำคัญของชีวิตว่าเราจะมีอาชีพอะไรไปตลอดชีวิต ขอให้คิดให้ดี พี่ขอให้ข้อพิจารณาดังนี้<br />
<strong>1. เป็นสิ่งที่สุจริต ทำให้ชีวิตของเราเจริญก้าวหน้า<br />
2. เป็นสิ่งที่เรารัก ชอบ ถนัด สนใจ เพราะสิ่งที่เรารัก และถนัด  เราจะทำอย่างมีความสุข ทำได้ดี และง่ายสำหรับเรา<br />
3. เสี่ยงภัยน้อย ทำให้เรามีชีวิตที่มั่นคงยืนยาว<br />
4. ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า เพราะชีวิตเราทุกคนต้องอาศัย</strong><br />
<strong>ปัจจัย 4  ความคุ้มค่าในที่นี้คือ ไม่เหน็ดเหนื่อย เบียดเบียน ตนเองจนเกินไป และไม่เอาเปรียบหน่วยงาน หรือสังคมจนเกินไป    งานที่ให้ผลตอบแทนมากย่อมจะไม่มั่นคงยั่งยืน<br />
5. มีเกียรติ และศักดิ์ศรี งานบางประเภทให้ผลตอบแทนด้านวัตถุมากจริง แต่ขาดเกียรติ ศักดิศรีและความภาคภูมิใจในตนเอง แม้ว่าจะมองไม่เห็นสิ่งที่ได้ แต่ให้ผลตอบแทนแก่จิตใจ ด้วยต้องเสียสละบางสิ่งบางอย่าง ก็ทำให้เรามีความสุขในฐานะผู้ให้คุณค่าต่อหน่วยงาน สังคม บ้านเมือง มีส่วนจรรโลงประเทศชาติ</strong></p>
<p><strong><br />
</strong></p>
<p>ขอให้น้องๆ โชคดี<br />
<strong>พี่หนุ่ย ครุอาร์ตสิบ</strong></p>
<hr />พี่หนุ่ย รุ่นสิบ หรือ <strong>อาจารย์ปุณณรัตน์</strong> ปัจจุบัน สอนอยู่ที่ คณะครุศาสตร์ ศิลปศึกษา<br />
อีเมล <a href="mailto:ppoonara@chula.ac.th">ppoonara@chula.ac.th</a></p>
<p><strong>Poonarat Pichayapaiboon</strong>, Ed.D.<br />
Associate Professor in Art Education<br />
Chairman of Division of Art Education<br />
Department of Art Music and Dance Education<br />
Chulalongkorn University<br />
BKK., Thailand</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.artedchula.com/blog/2009/06/23/arted-nui10/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

