<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Art Ed  Chula Blog &#187; ทราจัน</title>
	<atom:link href="http://www.artedchula.com/blog/tag/%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.artedchula.com/blog</link>
	<description>ศิลปะชาวเรา งามนักหนา รูปร่างหน้าตาก็ดี</description>
	<lastBuildDate>Thu, 03 Sep 2009 13:32:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2</generator>
		<item>
		<title>เสาทราจัน (Trajan&#8217;s Column)</title>
		<link>http://www.artedchula.com/blog/2009/08/17/trajan-column/</link>
		<comments>http://www.artedchula.com/blog/2009/08/17/trajan-column/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2009 10:54:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>kob17</dc:creator>
				<category><![CDATA[Symbols in the World]]></category>
		<category><![CDATA[Column]]></category>
		<category><![CDATA[Italy]]></category>
		<category><![CDATA[Trajan]]></category>
		<category><![CDATA[ทราจัน]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามดาเชี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[อิตาลี]]></category>
		<category><![CDATA[เสา]]></category>
		<category><![CDATA[โรมัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.artedchula.com/blog/?p=223</guid>
		<description><![CDATA[“เสาทราจัน” คือ เสาสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของจักรพรรดิทราจัน (Emperor Trajan) แห่งจักรวรรดิโรมัน เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ และเครื่องหมายแห่งอำนาจอันเกรียงไกรของโรมันในอดีตกาล]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img src="/web/images/piyasaeng/200908_trajan_column.jpg" border="0" alt="" /></p>
<p>“เสาทราจัน” คือ เสาสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของ<strong>จักรพรรดิทราจัน (Emperor Trajan)</strong> แห่งจักรวรรดิโรมัน เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ และเครื่องหมายแห่งอำนาจอันเกรียงไกรของโรมันในอดีตกาล  ออกแบบ และควบคุมการสร้างโดยสถาปนิกคนสำคัญของโรมันคือ <strong>อะพอลโลโดรุสแห่งดามัสกัส (Apollodorus of Damascus)</strong> ตามมติของสภาเซเนทแห่งโรมัน (The Roman Senate) และความพร้อมใจของชาวโรม ที่สร้างอุทิศสร้างถวายแด่พระองค์  จึงทำให้เกิดการสร้าง เสาอนุสรณ์ชัยชนะของจักรพรรดิทราจันแห่งนี้เมื่อปี ค.ศ.113 เพื่อสดุดีพระเกียรติของจักรพรรดิทราจัน ที่มีชัยชนะต่อ<strong>สงครามดาเชี่ยน (The Dacian wars)</strong></p>
<p>ดังนั้น เสาทราจันจึงเป็นประจักษ์พยานเพื่อบันทึกถึง วีรกรรมของพระองค์ที่ทรงนำพาชัยชนะอันยิ่งใหญ่มาสู่โรมัน  อีกทั้งยังใช้พื้นที่ด้านล่างภายในตัวเสาเป็นสถานที่เก็บพระโกศทองคำ ซึ่งบรรจุอัฐิของจักรพรรดิทราจัน และพระนางโพรตินาผู้เป็นมเหสีไว้เคียงคู่อยู่ภายในเสาตราบนิรันดร์</p>
<p style="text-align: center;"><img src="/web/images/piyasaeng/200908_trajan_column2.jpg" border="0" alt="" /><br />
เสาทราจัน ณ ใจกลางทราจันโฟรุม( Trajan&#8217;s  Forum ) กรุงโรม ประเทศอิตาลีในปัจจุบัน</p>
<p style="text-align: left;">จักรพรรดิทราจันเป็นหนึ่งในห้าจักรพรรดิ ที่ทำให้จักรวรรดิโรมันก้าวสู่ยุคแห่งความเรืองอำนาจของจักรวรรดิ และความยิ่งใหญ่ทางทหารของโรมัน  ห้าจักรพรรดินั้นประกอบไปด้วย <strong>จักรพรรดิเนอร์วา ,  ทราจัน  , ฮาเดรียน , อันโตนินุส ปิอุส และ มาร์คุส  ออเรลิอุส</strong> ซึ่งเป็นช่วงยุคทองของจักรวรรดิโรมัน และเป็นจักรพรรดิทั้งห้าพระองค์ที่ชาวโรมันรักเคารพและเทิดทูนยิ่ง</p>
<p style="text-align: left;">เสาทราจันตั้งอยู่ ณ ใจกลาง<strong>ทราจันโฟรุม (Trajan&#8217;s Forum)</strong> ซึ่งเป็นศูนย์กลางชุมชนของโรม  มีบันทึกไว้ว่า ทราจันโฟรุมได้ถูกขุดสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นศูนย์กลางของการค้า การบริหาร และแหล่งรวมของชุมชน บนพื้นที่ของหุบเขาคาปิโทลิเน กับหุบเขาควาลินอล ตามพระบัญชาของจักรพรรดิทราจัน   ลักษณะของเสาทราจันนั้นเป็นแท่งเสาทรงกลม ความสูง 30 เมตร(98 ฟุต)  แต่หากรวมความสูงทั้งหมดตั้งแต่ส่วนฐานด้านล่างไปจนถึงยอดปลายเสา จะมีความสูงเท่ากับ 38 เมตร หรือ 125 ฟุต เลยทีเดียว  มีน้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับ 1,100 ตัน สร้างขึ้นจากหินอ่อนลูน่าขนาดใหญ่จำนวน 20 ก้อนต่อประกอบเข้าด้วยกันเป็นแท่งเสา เส้นผ่าศูนย์กลาง 3.7 เมตร ภายในด้านในของตัวเสาเป็นโพรงเสากลวง ด้านในสร้างเป็นบันไดเหล็กเวียนเป็นรูปทรงกลมจากด้านล่างสู่ด้านบนจำนวน 185 ขั้นบันได และจะเจาะช่องเล็กๆไว้เป็นระยะๆรอบตัวเสาเพื่อใช้ถ่ายเทและระบายอากาศ รวมทั้งใช้เป็นหน้าต่างนำแสงสว่างสู่ภายใน</p>
<p style="text-align: center;"><img src="/web/images/piyasaeng/200908_trajan_column3.jpg" border="0" alt="" /><br />
ประติมากรรมรอบเกลียวเสาทราจันทั้ง 23 ชั้น</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: center;"><img src="/web/images/piyasaeng/200908_trajan_column4.jpg" border="0" alt="" /><br />
ภาพประติมากรรมนูนต่ำแสดงถึงฉากการรบกลางสมรภูมิ</p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: left;">แต่จุดเด่นที่สุดของเสาทราจันนั้นก็คือ ผลงานประติมากรรม ที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดของเสาเกลียวแห่งโรมัน เท่าที่มีการสร้างกันมา ภาพประติมากรรมนูนต่ำเหล่านี้ เล่าบรรยายถึงเหตุการณ์การทำสงครามระหว่างกองทัพโรมัน ภายใต้การนำทัพโดยจักรพรรดิทราจัน กับชนเผ่าดาเชี่ยน ทั้งสองครั้ง โดยแบ่งการแกะสลักประติมากรรมจำนวน 23 เกลียวรอบเสาทราจัน แบ่งออกเป็นสองส่วน ครึ่งแรกของเสาตั้งแต่ส่วนฐานถึงส่วนกึ่งกลาง เป็นการบรรยายถึง เหตุการณ์สงครามดาเชี่ยนครั้งแรก ระหว่างปีค.ศ.101 – 102  และในส่วนครึ่งหลังตั้งแต่กลางเสาไปจนถึงยอดเสาด้านบน เป็นเหตุการณ์สงครามดาเชี่ยนครั้งที่ 2 ในระหว่างปีค.ศ.105 – 106   ภาพต่างๆ รอบเกลียวเสาแสดงให้เห็นถึง ฉากการทำสงครามได้อย่างสมจริงสมจัง มีการแกะสลักให้เห็นถึงการสร้างป้อมปราการ การตั้งทัพ การวางแผนการรบ การบุกประจัญบาน การปะทะกลางสมรภูมิ และยุทธนาวีกลางทะเล  ภาพประติมากรรมทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึง ลักษณะเครื่องแต่งกายของชาวโรมัน เครื่องแบบทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์นานาชนิด  โดยมีภาพประติมากรรมของจักรพรรดิทราจันปรากฏอยู่บนเสาเกลียวรวม 59 ตำแหน่งบนรอบเกลียวเสาทั้ง 23 เกลียว และมีจำนวนภาพประติมากรรมรูปคนต่างๆ บนเสาเกลียวทั้งหมดกว่า 2,500 คน   โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพเหมือนขององค์จักรพรรดิทราจันเป็นไปในลักษณะเหมือนจริง  ทั้งพระพักตร์ และร่างกาย อีกทั้งยังจัดองค์ประกอบภาพให้เกิดมิติระยะทางทัศนียวิทยาในหลายๆ จุด  ทำให้สามารถมองเห็นฉาก และเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง  ซึ่งหากนำมาคลี่กางภาพประติมากรรมทั้งหมดบนเสาเกลียวมาเรียงต่อกัน จะมีความยาวถึง 190 เมตร  ซึ่งจะกลายเป็น ประติมากรรมสมัยโรมันที่ยาวที่สุดในโลกเช่นกัน</p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: left;">บริเวณส่วนฐานเหนือช่องประตูทางเข้าด้านล่างของเสาทราจัน มีจารึกอักษรโรมันที่บ่งบอกเกี่ยวกับ เสาทราจัน และยังคงปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้  ถอดความได้ว่า<strong> </strong></p>
<p><strong>“ สภาซีเนท และพสกนิกรแห่งโรม ใต้พื้นปฐพีอาณาจักรของซีซาร์ องค์ผู้เป็นโอรสแห่งมิเนอร์วา  ณ ปีที่ 17 ของการพิทักษ์ปกป้องอาณาจักร ได้รับการโห่ร้องหกครั้งคราให้สู่ตำแหน่งองค์ราชันย์ ประจักษ์แจ้งต่อขุนเขาอันยิ่งใหญ่ และสถานที่แห่งนี้ อันเป็นที่ที่ได้เคลื่อนย้ายมาสถิตอยู่อย่างยิ่งใหญ่เหนือคณา ”</strong></p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: left;">นอกจากนี้ บริเวณส่วนยอดด้านบนสุดของเสาทราจันในปัจจุบัน  มักมีหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นรูปประติมากรรมขององค์จักรพรรดิทราจัน  แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น  เพราะในบันทึกเก่าแก่ที่มีปรากฏภาพบนด้านหลังเหรียญโบราณสมัยทราจันนั้น แต่ดั้งเดิมได้สร้างเป็นประติมากรรมรูปนกอินทรี ต่อมาได้เปลี่ยนไปเป็นประติมากรรมรูปองค์จักรพรรดิทราจันประทับยืนในร่างเปลือยตามคตินิยมทางศิลปะโรมัน เพื่อแสดงออกถึงความงามแห่งสรีระ และพละกำลังแห่งชีวิต  จนกระทั่งเมื่อสมัยกลางของยุโรป รูปประติมากรรมนี้ได้สูญหายไป  กระทั่งถึงเมื่อปีค.ศ.1587 พระสันตะปาปาซิกตุสที่ 5 ( Pope Sixtus V) ได้ทรงให้สร้างประติมากรรมสำริด “นักบุญปีเตอร์” (St.Peter)ไปประดิษฐานไว้แทนที่บนยอดด้านบนหัวเสามาตราบถึงทุกวันนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img src="/web/images/piyasaeng/200908_trajan_column5.jpg" border="0" alt="" /><br />
นักบุญปีเตอร์(St.Peter) บนหัวเสา</p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;"><img src="/web/images/piyasaeng/200908_trajan_column6.jpg" border="0" alt="" /><br />
คำจารึกด้านล่างของเสาทราจัน</p>
<p style="text-align: left;">คติการสร้างเสาเกลียว เพื่อแสดงออกถึงสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของจักรพรรดิทราจัน เป็นเสาแรกในประวัติศาสตร์โรมัน  ทำให้เกิดเป็นแบบอย่างให้มีการสร้างเสาแห่งชัยชนะในลักษณะเดียวกันนี้ตามมาอีกสองเสา ได้แก่ <strong>เสาอันโตนินุส ปิอุส (Antoninus  Pius&#8217;s  Column) และ เสามาร์คุส ออเรลิอุส (Marcus  Aurelius&#8217;s  Column)</strong></p>
<p style="text-align: left;">
<p style="text-align: left;">ดังนั้น  เสาทราจันจึงไม่เพียงแต่มีคุณค่ามหาศาลต่อการบันทึกหน้าประวัติศาสตร์แห่งโรมันด้วยศิลปะประติมากรรมแทนการบันทึกด้วยอักษร  แต่ยังกลายมาเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของกรุงโรม และยังคงตั้งมั่นอยู่เช่นนั้นมานานเกือบ 2,000 ปี ด้วยหลักการคำนวณทางวิศวกรรมแบบโรมันอันเยี่ยมยอด เพราะแม้กรุงโรมจะประสบกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวมาแล้วหลายครั้ง  แต่ ณ วันนี้ เสาทราจันก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่เช่นนั้นมาตราบถึงปัจจุบัน</p>
<p style="text-align: left;">
<hr /><strong>17 August 2009<br />
</strong>เรื่องก่อนหน้า <a href="/web/all-arted/49-cat-symbols-in-the-world/96-holy-trinity-column-in-olomouc">เสาพระตรีเอกภาพ</a> :: <a href="/web/all-arted/49-cat-symbols-in-the-world/87-ashoka-pillar">เสาอโศก</a> ::  <a href="/web/all-arted/49-cat-symbols-in-the-world/80-black-obelisk">เสาโอเบอลิสก์ดำ</a> :: <a href="/web/all-arted/49-cat-symbols-in-the-world/76-obelisk">เสาโอเบอลิสก์</a> :: <a href="/web/all-arted/49-cat-symbols-in-the-world/75-devil-pole">เสาปีศาจ</a> :: <strong><a href="/web/all-arted/49-cat-symbols-in-the-world/72-totem-pole">เสาโทเทม</a></strong></p>
<p>ผลงานอื่นๆ ของ ปิยะแสง เช่น<br />
หนังสือ <a href="/web/all-arted/36-book-art-ed/48-108-chinese-symbol">108 สัญญลักษณ์จีน</a>, <a href="/web/all-arted/36-book-art-ed/61-chinese-art">ศิลปะจีนสมัยใหม่</a>, <a href="/web/all-arted/36-book-art-ed/60-field-guide-to-luck">มหัศจรรย์แห่งสัญลักษณ์ เครื่องราง และเคล็ดลับนำโชค (Field Guide to LUCK)</a> ฯลฯ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.artedchula.com/blog/2009/08/17/trajan-column/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

