Archive

Posts Tagged ‘Chulalongkorn’

ตลาดสามย่าน สามยุค

August 1st, 2009 No comments

ตั้งแต่ผมเข้าเรียน ครุศิลป์ ก็ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดสามย่าน สามยุคสมัย

ยุคแรก ตลาดสามย่านอยู่บริเวณ แยกสามย่าน จุฬาซอย ๑๕ ซึ่งเข้าได้จากซอย ๕๒ และ ๕๔ (ดูพิกัด N13.734112, E100.527842 ) เปิดให้บริการตั้งแต่ปี ๒๕๐๘ สภาพเหม็น เฉอะแฉะ พยายามไม่เฉียดกรายเข้าใกล้ ตัวตลาดสดและร้านอาหารอยู่ชั้นล่างด้วยกัน (ชั้นบนเป็นที่พัก) เพื่อนๆ นิยมนั่งกินที่ร้านเซี่ยงไฮ้ (หรือร้านเฮียอ้วน) กินไปนั่งดูหนูวิ่งกันขวักไขว่

ยุคถัดมา ปี ๒๕๓๐ มีการก่อสร้างอาคารใหม่ตำแหน่งเดิม สองชั้น ร้านอาหารย้ายไปอยู่ชั้นบนทั้งหมด สะอาดเรียบร้อยขึ้น แต่ก็ยังคงมีสภาพเหมือนตลาดสดทั่วไป ที่มีกลิ่น แม้จะทำควมสะอาดขัดล้างพื้นทุกวัน จำได้ว่าป้ายหน้าตลาดสามย่าน ทำด้วยไฟเบอร์กลาส และพี่ดำ(14) เป็นคนรับทำ

ป้ายชื่อตลาดสามย่าน

ภาพจาก http://www.shicu.com/new_shicu/161.0.html

ตลาดสามย่านเดิม ขายวันสุดท้ายถึง ๘ มิย. ๒๕๕๑ โดยย้ายมาอาคารหลังใหม่อยู่ลึกหน่อย เมื่อวันที่ ๙ มิย. ๒๕๕๑ (โครงการตั้งแต่ปี ๒๕๔๐)
เข้ามาทางจุฬาซอย ๙ จนเจออาคารตลาด ระหว่างจุฬาซอย ๓๔ กับ ๓๒  ข้างสนามจุ๊บ (พิกัด ในกูเกิ้ลแม็พ N13.736958, E100.524825) อาคารสองชั้นสวยงาม ได้รับรางวัลตลาดดีเด่น

จอดรถได้ที่ อาคารจามจุรี๙ ค่าจอด ชั่วโมงละ ๑๐ บาท

พื้นชั้นล่างเป็นหินขัด จัดแบ่งเป็นบล็อก สำหรับแต่ละร้าน

เรียกได้ว่า สะอาดสะอ้านมาก (แทบจะ)ไร้กลิ่น พื้นไม่เฉาะแฉะ คล้ายอย่างตลาดในยุโรป (เท่าที่เคยเห็นจากสเปน)

ชั้นสอง เปิดโล่งข้างหนึ่ง ร้านอาหารอยู่ชิดริมข้างหนึ่ง ภายในทาสีขาว โชว์โครงสร้าง สะอาดโล่งโปร่งตา

วันนี้ ผมแวะร้านเซี่ยงไฮ้ ด้วยนิยม “หมื่นลี้ราดข้าว” มาช้านาน
บ้างมีตำนานว่า “หมื่นลี้” ถูกคิดค้นสูตรนำเสนอเฮียอ้วน โดยรุ่นพี่ครุศิลป์ (รุ่น16)

หมื่นลี้ ออริจินอล ประกอบด้วย วุ้นเส้นผัดกับพริกเผา ใส่ไข่ ใส่หมูสับ ใส่คะน้า (หรือผักกระเฉด)
หมื่นลี้ ก็มีหลายเวอร์ชั่น ตามมาเป็นพรวน ด้วยการเปลี่ยนจากหมูสับ เป็นทะเล หรืออื่นๆ ฯลฯ
และมีขายหลายร้าน ทำออกมาคล้ายๆ กัน

ก็ยังคง “อย่านั่งข้ามโซน” เด๋วจะมีปัญหา
ร้านเซี่ยงไฮ้ ขายอาหารตามสั่ง หมื่นลี้ และเปิดควบกับ ร้านสเต็ก เหมือนเดิม
แฟนเฮียอ้วน เดินมาเก็บเงิน เลยมีโอกาสทักทายกันเล็กน้อย
ราวกับจำผมได้ และเอ่ยถามว่า “ไม่ได้มานานเลยนะ”
ซึ่งปกติ ผมก็นั่งกินเงียบๆ ไม่ค่อยได้เสวนา แต่ก็แวะไปกินหมื่นลี้ทุกครั้งเมื่อมีโอกาส แม้จะนานๆ ครั้ง
เด็กๆ นิยมกินสเต็ก แต่ก็กินกันอยู่ร้านต้นๆ เดินมาไม่ถึงร้านนี้หรอก

ร้านค้ายังคงเดิม อาหารก็เหมือนเดิม คนทำ-คนกินก็คนเดิม
เปลี่ยนก็แต่สถานที่ กับใจคนที่เคยมาด้วย ฮา

ไหว้พระพรหม หน้าตลาด มีโอกาสจะมากินหมื่นลี้อีก

ครุศิลป์ ครุอาร์ต ครุศาสตร์ ศิลปศึกษา จุฬาฯ ตอบกระทู้แนะแนวให้แก่ผู้ที่สนใจจะเรียนที่นี่

June 23rd, 2009 8 comments

พี่หนุ่ยครุอาร์ตสิบ (อ.ปุณณรัตน์ พิชญไพบูลย์)

สวัสดี น้อง ๆ ที่รัก

มีน้องๆ จำนวนมากสนใจว่า ครุศิลป์ หรือครุอาร์ต นั้นเป็นอย่างไร พี่ขอเล่าให้ฟัง

ชื่อที่เรียกกันนั้นเป็น Nick name ของสาขาวิชาศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่ง เปิดสอนหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิต (ค.บ.) สาขาวิชาศิลปศึกษา ที่เมื่อจบไปแล้วสามารถปฎิบัติหน้าที่ครู/อาจารย์ทั้งระดับปฐมวัยประถมศึกษา ไปจนถึงระดับมัธยมศึกษา หลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิตได้ถูกปรับเป็นหลักสูตร 5 ปี ซึ่งเป็นไปตาม พระราช บัญญัติการปฎิรูปการศึกษา ผู้ที่จบหลักสูตรนี้จะได้รับใบอนุญาติประกอบวิชาชีพครู ซึ่งหมายความว่าวิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง ต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ผู้ประกอบวิชาชีพอื่นจะต้องผ่านการศึกษาวิชาครูก่อน เช่น หากเรียนจบจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ ได้รับวุฒิศิลปกรรมศาสตร์บัณฑิต และต้องการเป็นครูอาจารย์สอนศิลปะในโรงเรียน จะต้องมาเรียนหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิตก่อน 2 ปี จึงจะได้รับใบอนุญาติประกอบวิชาชีพครู แล้วจึงจะทำการสอนหนังสือได้

การเรียนทุกที่ หากเรามีความสนใจ มีความถนัด เป็นพื้นฐานแล้ว เราจะสนุกและมีความสุขกับสิ่งนั้น ทั้งนี้น้องต้องมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนเสียก่อนว่า อาชีพที่ตนไฝ่ฝันนั้นคืออะไร หากเป็นการสร้างคน ให้ปัญญา และมีความสุขเมื่อเห็นผู้เรียนพัฒนาขึ้น การเป็นครูนับว่าเป็นสิ่งที่รอคอย และท้าทายเราอยู่    การเรียนที่สาขาวิชาศิลปศึกษา มีทั้งภาคทฤษฎี ปฏิบัติ การออกไปศึกษานอกสถานที่  และการฝึกสอน ซึ่งหลักสูตรจะแบ่งออกเป็น 3 หมวดใหญ่ ๆ คือ

1. วิชาการศึกษาทั่วไป เป็นหมวดวิชาที่ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้กว้างขวาง มีวิสัยทัศน์ เป็นผู้บูรณาการศาสตร์ และนำความรู้จากหลาย ๆ ศาสตร์มาเชื่อมโยงกัน   หมวดวิชานี้ยังเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับหลาย ๆ คนที่ไปเรียนต่อในระดับสูง รวมทั้งที่สาขาวิชาศิลปศึกษาก็ยังเปิดหลักสูตรถึงปริญญาโท หรือครุศาสตร์มหาบัณฑิตด้วย   มีรุ่นพี่ของพวกเราไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโท และเอก ในขณะที่หลักสูตรวิชาชีพอื่น ๆ จะเน้นไปยังวิชาชีพของตนเอง

2. หมวดวิชาครู เป็นหมวดวิชาชีพครุศาสตร์ ซึ่งเป็นศาสตร์แห่งการถ่ายทอด จิตวิทยาของมนุษย์ จิตวิทยาการสอน การจูงใจ วิธีวิทยาการสอนแบบต่าง ๆ รวมทั้งการไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพ หรือฝึกสอน หมวดวิชานี้มีจุดเด่นที่ทำให้บัณฑิตเป็นผู้ที่สามารถสื่อสารกับบุคคลในระดับต่าง ๆ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ด้วยการเข้าใจตนเองและการเข้าใจจิตใจผู้คนรอบข้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้เปรียบเมื่อไปทำงานร่วมกับผู้อื่น

3. หมวดวิชาเฉพาะ คือวิชาสาขาศิลปะ ซึ่งถือเป็นเนื้อหาหลักของหลักสูตรฯ  ผู้ที่จะเรียนหลักสูตรนี้ได้จะต้องผ่านการทดสอบความถนัดทางศิลปะ   ความถนัดทางศิลปะ มิใช่ ทักษะทางศิลปะ น้อง ๆ รู้ไหมว่าทั้งสองสิ่งมีความแตกต่างกัน  ความถนัด เป็นพรสวรรค์ที่มีอยู่ในตัวบุคคลผู้นั้น เพียงแต่รอให้เราค้นพบตัวเองหรือ ใช้มันออกมา  แต่ทักษะเป็นเรื่องของการฝึกฝน ทักษะทางศิลปะ ได้แก่การวาดภาพ ระบายสี  การลอกการเขียนลวดลาย  ซึ่งหนักไปทางช่างศิลป์   ความถนัดทางศิลปะจะปรากฏออกมาในลักษณะความคิดสร้างสรรค์  การมีความไวและสามารถตัดสินความงาม รวมทั้งความสามารถเห็นภาพวัตถุได้ในมุมมองแบบต่าง ๆ กันเป็นภาพสามมิติ เราเรียกว่ามิติสัมพันธ์  เป็นต้น   ที่ว่าผลงานศิลปะเป็นสัมผัสของแต่ละบุคคลนั้นก็เพราะว่า เราต่างมีบุคลิก อารมณ์ และความถนัดที่แตกต่างกันไป การมีความถนัดทางศิลปะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่จะเป็นครูศิลปะ  วิชาที่เรียนในหมวดนี้มีมากมาย แต่แบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มทัศนศิลป์ ได้แก่ ประติมากรรม จิตรกรรม ภาพพิมพ์ กลุ่มประยุกต์ศิลป์ ได้แก่ การออกแบบกราฟิก การออกแบบนิเทศศิลป์ การออกแบบตัวอักษร เครื่องเคลือบดินเผา  การออกแบบเครื่องเรือน  การออกแบบตกแต่งภายใน งานพลาสติก  คอมพิวเตอร์กราฟิก เป็นต้น   และเมื่อเรียนถึงชั้นปีที่ 4 น้องจะรู้สึกว่ามีความรู้มากจนอยากจะหาใครซักคนหรือหลาย ๆ คนมานั่งฟังเราพูด เราสอน  ถึงเวลานั้นอาจารย์ก็จะจัดหากโรงเรียนให้เราฝึกสอนกัน

น้องจะเห็นว่าการเป็นครูศิลปะนั้น มิใช่ว่าใครจะมาเป็นก็ได้ แต่จะต้องเตรียมตัวกันมาก และทำงานกันอย่างหนัก  ครูสังคม ทองมี และ ศาสตราจารย์ ดร. ชาญณรงค์  พรรุ่งโรจน์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ท่านก็เป็นตัวอย่างรุ่นพี่ที่จบการศึกษาจากที่นี้ไปเป็นครูศิลปะที่มีชื่อเสียง และนักการศึกษาระดับสูงให้เราเห็น แต่ก็มีอีกหลายคนที่ประกอบอาชีพส่วนตัวเป็นนักออกแบบ หรือศิลปินอิสระ ที่ประสพความสำเร็จ  แม้ในวงการบันเทิง อย่างพี่ป๊อด (ธนชัย อุชชิน) แห่งวงโมเดิร์นด๊อก (Modern Dog) ราชาเพลงป๊อป และพี่ต้า(อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา) แห่งวงดนตรี Paradox  ก็เป็นผลผลิตมาจากสาขาวิชาฯ  หรือ พี่วุธ หรือ อัษฎาวุธ  เหลืองสุนทร ที่ประสพความสำเร็จในวงการละคร

ยังมีพี่ ๆ อีกหลายคนที่ประสพความสำเร็จในวงการต่าง ๆ แต่ไม่สามารถนำมากล่าวได้หมด  พี่ ๆ  เหล่านี้ได้นำ ความรู้ และ จินตนาการที่ได้จากครุศิลป์  ไปใช้ปรับเสริมเติมแต่งกับสิ่งที่ตนรักจะทำ รวมทั้งเป็นพื้นฐานการเรียนต่อในระดับสูง   ส่วนหนึ่งก็เพราะพี่ ๆ เหล่านี้มีวิชาศิลปะติดตัวออกไป ซึ่งกลายเป็นทางเลือกสำหรับออกไปประกอบอาชีพได้หลากหลาย  แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่งที่ประสบความสำเร็จแล้วก็มักจะไม่ลืมกลับมาถ่ายทอดความรู้ให้กับน้อง ๆ ที่ครุศิลป์ เพราะวิญญาณความเป็นครูและความผูกพันกับสถาบันการศึกษายังคงฝังอยู่ในจิตใจ

พี่ขอฝาก ช่วงเวลานี้เป็น โอกาสสำคัญของชีวิตว่าเราจะมีอาชีพอะไรไปตลอดชีวิต ขอให้คิดให้ดี พี่ขอให้ข้อพิจารณาดังนี้
1. เป็นสิ่งที่สุจริต ทำให้ชีวิตของเราเจริญก้าวหน้า
2. เป็นสิ่งที่เรารัก ชอบ ถนัด สนใจ เพราะสิ่งที่เรารัก และถนัด  เราจะทำอย่างมีความสุข ทำได้ดี และง่ายสำหรับเรา
3. เสี่ยงภัยน้อย ทำให้เรามีชีวิตที่มั่นคงยืนยาว
4. ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า เพราะชีวิตเราทุกคนต้องอาศัย

ปัจจัย 4  ความคุ้มค่าในที่นี้คือ ไม่เหน็ดเหนื่อย เบียดเบียน ตนเองจนเกินไป และไม่เอาเปรียบหน่วยงาน หรือสังคมจนเกินไป    งานที่ให้ผลตอบแทนมากย่อมจะไม่มั่นคงยั่งยืน
5. มีเกียรติ และศักดิ์ศรี งานบางประเภทให้ผลตอบแทนด้านวัตถุมากจริง แต่ขาดเกียรติ ศักดิศรีและความภาคภูมิใจในตนเอง แม้ว่าจะมองไม่เห็นสิ่งที่ได้ แต่ให้ผลตอบแทนแก่จิตใจ ด้วยต้องเสียสละบางสิ่งบางอย่าง ก็ทำให้เรามีความสุขในฐานะผู้ให้คุณค่าต่อหน่วยงาน สังคม บ้านเมือง มีส่วนจรรโลงประเทศชาติ


ขอให้น้องๆ โชคดี
พี่หนุ่ย ครุอาร์ตสิบ


พี่หนุ่ย รุ่นสิบ หรือ อาจารย์ปุณณรัตน์ ปัจจุบัน สอนอยู่ที่ คณะครุศาสตร์ ศิลปศึกษา
อีเมล ppoonara@chula.ac.th

Poonarat Pichayapaiboon, Ed.D.
Associate Professor in Art Education
Chairman of Division of Art Education
Department of Art Music and Dance Education
Chulalongkorn University
BKK., Thailand

Proudly using Dynamic Headers by Nicasio WordPress Design